🔑 สรุปสำคัญ
- สาเหตุ: Enterocytozoon hepatopenaei (EHP) ปรสิตขนาดเล็กมากในเซลล์ตับอ่อน
- กุ้งไม่ตายเร็ว แต่ โตช้าลง 30–50% CV สูง > 30% ขนาดไม่สม่ำเสมอ
- ไม่มียารักษา — ป้องกันด้วยการเตรียมบ่อและ PCR ก่อนปล่อย
- สปอร์ EHP ทนทานในดิน — ต้องตากบ่อและโรยปูน pH > 12
🔬 สาเหตุและกลไก
EHP เป็น Microsporidian parasite ที่เล็กที่สุดชนิดหนึ่ง (สปอร์ขนาด 1.1 × 0.5 ไมครอน) อยู่ภายในเซลล์ตับอ่อน (hepatopancreatic tubule epithelial cells) ของกุ้ง
ปรสิตแย่งสารอาหารจากเซลล์ตับ ทำให้ การย่อยและดูดซึมอาหารลดลง กุ้งกินอาหารได้แต่ไม่โต FCR สูงขึ้นมาก
| เชื้อก่อโรค | Enterocytozoon hepatopenaei (EHP) |
| ประเภท | Microsporidian parasite — ภายในเซลล์ |
| อวัยวะเป้าหมาย | ตับอ่อน (hepatopancreas) |
| ช่องทางติดต่อ | กินสปอร์จากน้ำ, ดิน, อาหาร, กุ้งกินซากกัน |
| สปอร์ทนทาน | อยู่ในดินได้นาน — ต้องโรยปูน pH > 12 ถึงจะฆ่าได้ |
| ความรุนแรง | ปานกลาง — ไม่ตายเร็ว แต่ผลผลิตตกหนัก |
🩺 อาการที่พบ
- กุ้ง โตช้ากว่าปกติ 30–50% เมื่อเทียบกับมาตรฐาน
- CV (Coefficient of Variation) สูง > 30% — กุ้งขนาดไม่สม่ำเสมอในบ่อเดียวกัน
- ตับอ่อน ซีด เหลือง หรือขาว ขนาดเล็กลง
- FCR สูง กินอาหารมากแต่ได้น้ำหนักน้อย
- อัตรารอดอาจปกติ แต่น้ำหนักรวมที่จับได้ต่ำ
- มักพบร่วมกับ WFS (อุจจาระขาว)
⚠️ จุดแยกจาก IHHNV: EHP ทำให้โตช้าแต่ไม่มีหนวดคด ขณะที่ IHHNV มีลักษณะหนวดงอและผิวขรุขระชัดเจน
🛡️ การป้องกัน
ตรวจ PCR EHP สปอร์ในน้ำก่อนเติมบ่อ — น้ำจากแหล่งธรรมชาติเสี่ยงสูง
ตากบ่ออย่างน้อย 3–4 สัปดาห์ — แสงอาทิตย์และความแห้งแล้งทำลายสปอร์
โรยปูนขาว CaO 300–500 กก./ไร่ — ปรับ pH ดิน > 12 ฆ่าสปอร์ EHP
ซื้อ PL จากโรงฟักที่ผ่าน PCR EHP — ตรวจยืนยันไม่มีการติดเชื้อก่อน
ใช้โปรไบโอติก Bacillus ตั้งแต่ต้น — ลดสปอร์ใน gut และน้ำ
ไม่ใช้กุ้งตายเป็นอาหาร — กุ้งกินซากกันเป็นทางแพร่หลักในบ่อ
✅ ถ้าเคยมี EHP ในบ่อ ควรพักบ่อ 6–8 สัปดาห์และโรยปูน 2 รอบก่อนปล่อยรุ่นถัดไป
📋 การจัดการเมื่อสงสัยว่ามี EHP
- ส่งตัวอย่างตับอ่อนตรวจ PCR เพื่อยืนยัน
- ลดความหนาแน่น — กุ้ง stress น้อยลง การแพร่ช้าลง
- เพิ่มโปรไบโอติก และ vitamin C เสริมภูมิคุ้มกัน
- ลด FCR โดยปรับปริมาณอาหารตาม feeding tray อย่างเคร่งครัด
- พิจารณา จับเร็วขึ้น ก่อนกุ้งสูญเสียน้ำหนักเพิ่มเติม
เนื้อหานี้เพื่อการศึกษาและอ้างอิงเบื้องต้น ควรปรึกษาสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจรักษา · ONE AQUACULTURE PRODUCT